random post

วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556

อาหารเสริม เวย์โปรตีนจำเป็นจริงหรือ?

สวัสดีครับ หลังจากห่างหายไปนานมากๆ ไม่ได้อัพเดทเนื้อหาบล็อกจนบล็อกแทบจะร้างเลยก็ว่าได้ ไม่รู้ว่าท่านสมาชิก ยังคิดถึงแอดมินคนนี้กันอยู่หรือเปล่า วันนี้ถือโอกาสอันดีขอมาพูดเรื่องอาหารเสริมเวย์โปรตีนกันสักหน่อย เพราะปัจจุบันใครๆก็ต่างพูดถึงและเป็นที่นิยมกันมากๆเลยทีเดียว
       ถ้าถามว่าเวย์โปรตีนนั้นจำเป็นหรือไม่ต่อการเล่นกล้าม หรือ เพาะกายของเราๆ  ขอตอบเป็นสองประเด็นนะครับ
  ประเด็นแรกคือไม่จำป็น ถ้าหากว่าในหนึ่งวันเราสามารถทานอาหารหลักและได้รับสารอาหารตามที่ควรได้รับ อะไรคือที่ควรได้รับ ก็คือ โปรตีนสองกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม เพื่อจำเป็นในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ (ขอพูดถึงแต่ในส่วนของโปรตีนนะครับ) ถ้าเราน้ำหนักตัว 70 กิโลกรัม ก็ควรได้รับโปรตีนวันละ 140 กรัม ร่างกายดูดซึมโปรตีนได้มื้อละประมาณ 30 กรัม  ก็ต้องกิน ห้ามื้อต่อวัน ไก่หนึ่งขีดให้โปรตีน ยี่สิบกรัม ต้องกินขีดครึ่ง วันหนึ่งกินไก่ เจ็ดขีด โอ้วแม่เจ้า เอียนเลย
  ประเด็นที่สอง ตอบว่าจำเป็น ถ้าเราไม่มีเวลากินมากขนาดนั้น เช่นเราทำงานประจำ มีเวลาพักไม่มาก เวย์โปรตีนจะมีความจำเป็นขึ้นมาทันที เพราะไม่ต้องมากังวลกับมื้ออาหารให้มากนัก ว่าวันๆหนึ่งจะต้องกินไก่กี่ขีด ต้องมาต้มมาชั่งน้ำหนัก
     แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สารอาหารที่จำเป็นต่อนักเพาะกายเราไม่ได้มีแค่โปรตีนนะครับ ยังมีวิตามิน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต ฯลฯ ที่จำเป็นต่อการสร้างกล้ามเนื้อของเรา บทความต่อไปเราจะมาพูดถึง คาร์โบไฮเดรตกันครับ สำหรับบทความนี้ขอเกริ่นเพียงแค่ประเด็นว่าเวย์โปรตีนจำเป็นหรือไม่ก็พอ รอบหน้าขะมาลงรายละเอียดกันลึกๆล้วงตับไตไส้พุงกันไปเลย สวัสดีครับ

วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2554

แหล่งพลังงานของ นักเพาะกาย | เพาะกาย

การเพาะกาย

เป็นการยกน้ำหนัก ยกลูกเหล็กเพื่อเสริมสร้างมัดกล้ามเนื้อให้ใหญ่โต ซึ่งจะไม่เหมือนแนวทางของการ Fitness หรือการออกกำลังกายทั่วๆไป ดังนั้นนักเพาะกาย ซึ่งต้องยกน้ำหนักในปริมาณมากๆร่างกายจึงมีความต้องการพลังงานมากกว่าคนปกติทั่วไป

เพาะกาย

แหล่งพลังงานของนักเพาะกาย (คาร์โบไฮเดรต, โปรตีน, ไขมัน)

คาร์โบไฮเดรต และโปรตีนจะให้พลังงาน 4 แคลอรี่ ส่วนไขมันให้พลังงาน 9 แคลอรี่ ในการรับประทานอาหารส่วนใหญ่นักเพาะกายจะใช้สูตร 12 15 18 ซึ่งหมายถึง 12 ใช้สำหรับการลดน้ำหนัก 15 ใช้สำหรับ ให้น้ำหนักคงตัว และ 18 ใช้สำหรับการเพิ่มน้ำหนักตัว เช่น
ถ้าเราน้ำหนักตัว 80 กิโลกรัม ต้องการที่จะลดน้ำหนักตัว หรือรีดไขมันให้กล้ามเนื้อชัดเจนขึ้น ก็ให้ใช้สูตร 12 ก็คือ น้ำหนักตัวเป็นปอนด์ ( 2.2 ปอนด์เท่ากับ 1 กิโลกรัม ) คูณด้วย 12 ก็คือ 176 ปอนด์ คูณ 12 = 2112 แคลอรี่ หมายถึงในหนึ่งวันถ้าเราต้องการลดน้ำหนักก็ให้เรารับประทานอาหารให้ได้ 2112 แคลอรี่
แหล่งที่ให้แคลอรี่ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน โดยที่แคลอรี่ 30 - 35 % จะมาจากโปรตีน และประมาณ 50 - 60 % มาจาก คาร์โบไฮเดรต และอีก 10 - 15 % มาจากไขมัน หรือคำนวณ ได้ดังนี้คือ โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต อย่างละ 1 กรัม จะให้ พลังเท่ากัน คือ 4 แคลลอรี่ ถ้าเป็น ไขมัน 1 กรัม จะให้ 9 แคลลอรี่
คาร์โบไฮเดรต
คาร์โบไฮเดรต เป็นแหล่งให้พลังงานหลักของนักเพาะกาย ซึ่งสามารถแบ่งคาร์โบไฮเดรตออกเป็น 2 ประเภท คือ คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว (simple carbohydrate) และ คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (complex carbohydrate)
คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน คือคาร์โบไฮเดรตที่แตกตัวยาก และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน นี้คือตัวที่นักเพาะกายต้องทานหลังจากการเพาะกาย ส่วนคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว จะทาน อย่างน้อยควรให้เวลาผ่านไป 2 - 3 ชั่วโมงหลังการเพาะกายเสียก่อน เพราะว่า ถ้ารับคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว เข้าไปหลังการเล่นกล้ามทันที มันจะเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วมาก ซึ่งนั่นไม่เพียงแต่จะทำให้นักเพาะกายรู้สึกเพลียและอ่อนล้า เพราะอินซูลินในร่างกายรีบมาจัดการกับคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวเท่านั้น มันยังเร่งให้เกิดการแปรรูปคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวไปเป็นไขมันเก็บไว้ที่ชั้นใต้ผิวหนังด้วย แต่เมื่อเวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง ทุกอย่างจะกลับกัน ร่างกายจะเปิดรับคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว ถ้านักเพาะกายรับคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวเข้าไปตอนนี้ มันจะได้ผลดีมากๆ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ คือตอนที่นักเพาะกายพึ่งเล่นกล้ามเสร็จ จะแตะต้องมันไม่ได้เลย เหตุผลเพราะในเวลานี้ การเพิ่มปริมาณอินซูลินในร่างกาย จะทำให้ร่างกายของนักเพาะกายสด และฟื้นตัวจากการเพาะกายอย่างหนักได้เร็วกว่าปกติมากมายทีเดียว
โปรตีน
โปรตีน เป็น ตัวเสริมสร้างและซ่อมแซมเซลล์กล้ามเนื้อของนักเพาะกาย โปรตีนจึงมีความสำคัญมาก เพราะว่ามันจะเป็นตัวสร้างผนังเซลล์ในร่างกายของนักเพาะกายทั้งหมด ถ้าปราศจากโปรตีน ไม่ว่า ผม เล็บ หรือ ระบบภูมิคุ้มกัน และทุกๆส่วนของร่างกายจะไม่ทำงาน สำหรับนักเพาะกายปริมาณโปรตีนที่เหมาะสม คำนวณได้จากน้ำหนักตัว 1 ปอนด์ ควรได้รับโปรตีนอย่างน้อย 1 - 1.5 กรัม เพื่อรักษาความสด ของร่างกาย ในการฟื้นตัวของเซลล์กล้ามเนื้อเพื่อการเพาะกายครั้งต่อไป แหล่งโปรตีน ได้แก่ โปรตีนผง และ อาหารเสริมโปรตีนที่ขายตามท้องตลาด ,เนื้อไก่, ปลาเนื้อขาว, เนื้อแดงล้วนๆ ไม่มีไขมัน, ไข่ขาว
ไขมัน
โดยธรรมชาติแล้ว อย่างน้อยที่สุดร่างกายจะสมดุลอยู่ได้ จะต้องได้รับไขมันในปริมาณหนึ่ง ซึ่งไม่เท่ากันในแต่ละคน โดยถ้ายังจำหัวข้อเรื่องแคลลอรี่ข้างต้นได้ ก็จะคำนวณได้ว่าวันหนึ่งควรจะรับไขมันเป็นปริมาณเท่าใด โดยคำนวณจากปริมาณแคลลอรี่ที่จะได้จากไขมันก่อน แล้วก็คำนวณจากพื้นฐานถัดมา คือต้องมีแคลอรี่ที่ได้จากไขมันเป็นปริมาณ 10 - 15 เปอร์เซ็นต์ สำหรับแหล่งที่ให้ไขมัน เช่น น้ำมันพืช

วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เคล็ดลับการทานอาหารเพื่อนักเพาะกายในวัยทำงาน

นักเพาะกาย

นักเพาะกายที่อยู่ในวัยทำงาน

ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยได้มีเวลามาดูแลเรื่องอาหารเพาะกายในแต่ละมื้อมากนัก ถึงเวลาพักเที่ยงก็จะพยายามกินอาหารให้เยอะๆเข้าไว้ แล้วอยู่ยาวจนถึงเวลาเลิกงาน แล้วไปเล่นกล้ามต่อเลย ซึ่งเป็นปกติสำหรับคนทำงานทั่วไป แต่ไม่ใช่สำหรับนักเพาะกายอย่างเรา ๆ แน่นอน

นี่คือเคล็ดลับที่จะบริหารการรับประทานอาหารของนักเพาะกายในวัยทำงานซึ่งไม่ค่อยจะมีเวลาดูแลเรื่องอาหารเพาะกายมากนัก

1  ให้แบ่งอาหารเป็นมื้อย่อยๆ 4 – 6 มื้อเล็กๆ เช่นปกติเราทานอาหาร 3 มื้อ เช้า กลางวัน เย็น มื้อละจานครึ่ง ให้เปลี่ยนเป็น ทาน 6 มื้อ โดยทาน 7 โมงเช้า สิบโมงเช้า เที่ยง บ่ายสามโมง หลังเล่นกล้าม ก่อนนอน แต่ละมื้อควรเว้นระยะห่างกันสักสองชั่วโมงถึงสามชั่วโมง

2  ใน 6 มื้อข้างต้นคุณอาจจะไม่ต้องทานอาหารทุกมื้อก็ได้ ในมื้อย่อยๆ เช่นมื้อสิบโมงเช้า คุณอาจจะทำแซนวิสไส้ทูน่าผสมไข่ขาวทามายองเนส ไปทานที่ทำงานสักสองคู่

3  ดื่มน้ำให้พอเพียง ในระหว่างเวลาทำงานให้คุณนำน้ำเปล่าหรือนมติดไว้ข้าง ๆ โต๊ะทำงาน ว่างๆก็ยกขึ้นมาจิบดื่มกินไปทีละน้อยๆ ให้หมดขวด 1.5 ลิตร

4  หากคุณไม่มีเวลารับประทานผัก หรือผลไม้ ให้คุณกินวิตามินรวมแทน ซึ่งง่ายและสะดวกกว่ามาก ๆ

5  ทำอาหารไปรับประทานเองที่ทำงาน  คุณคงไม่สามารถควบคุมได้ว่าให้ร้านอาหารใช้น้ำมันอะไรหรือให้เค้าชั่งเนื้อแดงสองร้อยกรัมพอดีแล้วค่อยนำมาทำอาหารให้คุณทาน ทางออกที่ดีที่สุดก็คือ ทำไปทานเองซึ่งคุณสามารถควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ได้เอง

บางท่านอาจจะคิดว่าทำไม

เพาะกาย

มันถึงได้ยุ่งยาก ต้องมาคอยห่วงคอยพิถีพิถันเรื่องอาหารการกินให้ยุ่งยากทำไม คำตอบของเรื่องนี้มันอยู่ที่ โภชนาการ ครับ ซึ่งเราจะมาดูกันในบทความหน้าครับ

วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Trainer เทรนเนอร์ | เพาะกาย เล่นกล้าม

วันนี้ขอมาบ่นหน่อยครับ

ผมเชื่อว่านัก

เพาะกาย

มือใหม่ หรือ ผู้ที่เริ่มเล่นกล้ามใหม่ๆต่างก็ต้องการเทรนเนอร์มาคอยให้คำแนะนำและคอยช่วยเหลือด้วยกันทั้งนั้น เทรนเนอร์ดีมีความสามารถก็ช่วยให้เราพัฒนาการเล่นกล้ามได้ไว

ถ้าพูดถึงความจำเป็นที่จะต้องมีเทรนเนอร์ฟิตเนส เพาะกาย เอาไว้คอยช่วยเหลือนั้น ในช่วงแรกๆของการเล่นกล้าม เทรนเนอร์มีความสำคัญต่อลูกค้าอย่างเราๆมาก เพราะว่าในระดับเริ่มต้นนั้น ผู้ที่เริ่มเพาะกายใหม่ๆจะยังไม่มีความรู้อะไรมากนักเกี่ยวกับการเพาะกาย เทรนเนอร์จึงจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อที่จะช่วยให้คำแนะนำแก่เราได้ว่าเราควรจะบริหารท่าไหน อย่างไร เรียกได้ว่า ถ้าได้เทรนเนอร์ดี ก็ดีไป

แต่ที่ผมได้เจอมาในบางที่นั้น (ย้ำนะครับว่าบางที ไม่ทั้งหมดทีเดียว) บางสถานที่ บางยิม ใช้เด็กนักศึกษา เด็กหัดใหม่ที่เพิ่งจะเล่นกล้ามได้ไม่กี่เดือนกี่ปี มาเป็นเทรนเนอ์ฟิตเนส เพาะกาย    เรื่องที่นักศึกษาเข้ามาทำงานนั้นเป็นเรื่องดีครับ รู้จักหารายได้พิเศษหลังเลิกเรียน แต่เรื่องที่ยิมเหล่านั้นรับเทรนเนอร์ที่ยังไม่มีความสามารถเข้ามาทำงานนั้น น่าเป็นห่วงจริงๆครับ ขนาดท่าบริหารเทรนเนอร์เองยังทำไม่ถูก ลูกค้าถามอะไรไปก็ตอบไม่ตรงประเด็น บางทีก็ตอบผิด แบบนี้ผู้ที่เริ่มเพาะกายใหม่ๆหลงทางได้ครับถ้าไปเชื่อเทรนเนอร์ที่ไม่มีความสามารถนั้น ลองคิดดูนะครับว่าจะทำให้เราเสียเวลามากแค่ไหนกับคำแนะนำที่ผิดพลาดของงเทรนเนอร์เหล่านั้น

วิธีที่ดีที่สุดสำหรับการป้องกันไม่ให้เราหลงทางไปกับเทรนเนอร์ที่ไม่มีความสามารถนั้นก็คือ หมั่นศึกษาหาความรู้ให้มากๆเข้าไว้ครับ อ่านเว็บ อ่านตำราเพาะกาย ศึกษาดูว่าท่าบริหารต่างๆที่ถูกต้องเป็นยังไง บริหารส่วนไหนทำอย่างไร ศึกษาไว้ครับ จะได้ไม่หลงทาง

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ผลเสียจากการใช้สารสเตียรอยด์

ผลข้างเคียงจากการใช้สารสเตียรอยด์
อนาบอลิค แอนโดรจีนิค สเตียรอยด์ *(Anabolic-androganic steroids AAS) มีผลกระทบในระดับสูง ต่อ ระบบการทำงานที่สำคัญๆจำนวนมากของร่างกาย เรื่องจริงทางการแพทย์ที่เกี่ยวเนื่องกับปัญหาการใช้สารสเตอร์รอยด์ มีดังนี้
เกิดการเปลี่ยน กระบวนการทำงานของตับ ตับจะต้องรับหน้าที่หนักมากหากเรารับเอาสารสารสเตียรอยด์เข้าไปในร่างกาย และหากใช้สารสเตียรอยด์ครั้งละจำนวนมากๆเป็นระยะเวลายาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยวิธีรับประทานสารนี้เข้าไป มันจะสามารถทำให้เกิดภาวะน้ำดีคั่งค้างในท่อน้ำดี และโรคดีซ่าน ในระดับที่รุนแรง, ภาวะเลือดไหลออกเป็นจำนวนมาก และ แม้กระทั่งมะเร็งตับ ซึ่งเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ผู้ที่เข้ารับการรักษาต้องเสียชีวิตลง
เกิดการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ การใช้สารสเตียรอยด์สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกลไกการแข็งตัวของเลือด, กระบวนการเผาผลาญกลูโคส และยังมีผลต่อระดับไตรกลีเซอไรด์ และระดับคอเลสเตอรอลในกระแสเลือดอีกด้วย การใช้สารสเตียรอยด์ในรูปแบบการรับประทานสามารถนำไปสู่ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง,
ระดับกลูโคลสลดต่ำลง และ ความทนทานต่อเบาหวานทั้งในการรับประทานและทางกระแสเลือดลดลง ยังเกี่ยวพันถึงนัยสำคัญเกี่ยวกับภาวะดื้ออินซูลินอีกด้วย กล่าวได้ว่าสารสเตียรอยด์เป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเกี่ยวที่กับหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ
เพิ่มความตึงเครียดในระบบประสาทและหรือความดันโลหิต. ซึ่งสามารถนำไปสู่โรคความดันโลหิตสูง และการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงของสมดุลของสารละลายและของเหลวภายในร่างกาย
ลดการผลิตฮอร์โมนเพศชาย(Testosterone)ลงจากระดับปกติ ในร่างกายของเรามีกลไกในการเฝ้าดูปริมาณ ฮอร์โมนเพศชายที่มีอยู่ระบบและคอยทำการเตือนให้ระบบต่อมไร้ท่อทำการเพิ่มหรือลดการผลิตฮอร์โมนออกมา แต่เมื่อเราได้รับสเตียรอยด์เข้าไป ร่างกายจะเข้าใจว่าการเพิ่มปริมาณสารนี้เข้ามามีมากเกินความจำเป็น จึงพยายามที่จะทำการลด หรือ ทำการหยุดกระบวนการผลิตฮอร์โมนเพศชายลง ซึ่งสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในความต้องการทางเพศ และ การทำงานของระบบอื่นๆจำนวนมากที่เกี่ยวกับสรีรวิทยาและทางด้านจิตใจที่ทำงานสัมพันธ์กับระดับฮอร์โมน อย่างเช่น ความก้าวร้าวเพิ่มขึ้น, การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของปริมาณไขมันภายในร่างกาย
เกิด Androgenic effect (ผลกระทบจากฮอร์โมนเพศชาย) เช่น ขนดกขึ้นตามหน้าตาและร่างกาย, ผิวมัน, หน้ามัน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว, ภาวะองคชาตมีการแข็งตัวนานเกินปกติ, ผมบางศีรษะล้าน, ต่อมลูกหมากโต และ การชะงันของปลายกระดูกยาว** (กระดูกหยุดเจริญเติบโต) (มีคำอธิบายด้านล่างของหน้าครับ - ผู้แปล)
นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นยังมีผลกระทบอื่นๆที่พบบ่อยเช่น
-เป็นตระคิว และกล้ามเนื้อกระตุก
-การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของความก้าวร้าว
-อาการปวดศีรษะ
-เลือดกำเดาออก
-เวียนศีรษะ หน้ามืดเป็นลม เซื่องซึม
-มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง
-เจ็บหัวนม
-ภาวะเต้านมโตในเพศชาย
-ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ
ข้อมูลจาก tuvayanon

วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เพาะกาย เล่นกล้าม


การเพาะกาย การเล่นกล้าม

ในปัจจุบันได้กลายมาเป็นกระแสนิยมมากกว่าการเล่นกล้ามเพื่อสุขภาพ ความแข็งแรง และเพื่อเพิ่มกล้าม เสียอีก ทั้งนี้น่าจะมาจากกระแสวัฒนธรรมเกาหลี ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า หน้า ผม หรือการเพาะกายสไตล์นายแบบ ของพวกนักร้องบอยแบนด์ที่มักจะโชว์กล้ามท้อง six pack เป็นลูกๆ กล้ามแขนเป็นมัดๆ กล้ามหน้าอกเป็นแผ่น ให้สาวๆได้กรี๊ดกัน

กล้ามท้อง
นับเป็นเรื่องดีที่ปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่หันมาให้ความสนใจในการเพาะกาย การเล่นกล้ามกันมากขึ้น ทำให้วงการกีฬาเพาะกายไทยได้คึกคักและพัฒนาไปได้อีกยาวไกล แต่ในทางกลับกันยังมีเรื่องที่น่าเป็นห่วงอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะบางคนแค่อยากมีกล้ามพอเข้าไปในยิมเจอลูกดัมเบลล์หนักๆเข้าหน่อยก็ท้อ บางคนเข้าไปในยิมหรือ Fitness โดยไม่ได้พึ่ง Trainer หรือครูฝึก เล่นเองตามลำพัง ที่ผมเป็นห่วงก็คือแบบหลังนี้ละครับ

จากที่ผมเคยเป็นเทรนเนอร์มาก่อนและได้สังเกตลูกค้าดู พบว่าลูกค้าส่วนมากที่ไม่ใช้เทรนเนอร์จะเป็นผู้ชาย และเมื่อลูกค้ากลุ่มนี้เข้ามาถึงอันดับแรกที่มักจะทำคือ หยิบลูกดัมเบลล์ขึ้นมาแล้วยกเล่นกล้ามแขน ซึ่งแน่นอนว่าท่าผิด การที่เราเข้าไปในยิม หรือในฟิตเนส โดยที่ไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับการเล่นกล้าม การเพาะกาย อีกทั้งยังไม่สนใจที่จะใช้บริการเทรนเนอร์อีก ก็เหมือนกับเรากำลังพายเรือกลางมหาสมุทรที่มองไม่เห็นฝั่ง พายยังไงก็ไปไม่ถึงฝั่ง หลายๆคนไม่กล้าที่จะถามว่า เล่นกล้ามแขนยังไง ลดหน้าท้องยังไง เล่นกล้ามยังไง ทั้งนี้อาจจะเพราะว่าบางที่การใช้บริการเทรนเนอร์นั้นจะเสียค่าบริการ และส่วนใหญ่ค่อนข้างแพง แต่ก็มีอีกหลายที่ที่มีเทรนเนอร์ไว้บริการลูกค้าฟรีๆ

ในเมื่อเรายังไม่มีความรู้เกี่ยวกับ การเล่นกล้าม การเพาะกาย เราก็ควรจะปรึกษาจากผู้รู้ ซึ่งก็คือครูฝึก หรือเทรนเนอร์นั่นเอง ถามเขาว่าเราอยากเล่นกล้ามส่วนนี้ เราต้องบริหารท่าไหนบ้าง ต้องทำอย่างไร อยากเล่นกล้ามแขน ต้องบริหารด้วยท่าใดบ้างเป็นต้น

ให้ครูฝึกช่วยจัดท่าทางให้ถูกต้อง
ท่าบริหารบางท่าต้องทำให้ถูกวิธี ยืนให้ถูกจึงจะทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นได้รับการบริหารอย่างเต็มที่จริงๆ ให้ถามครูฝึกว่าเราทำได้ถูกต้องหรือยัง และขอให้เขาช่วยจัดท่าทางของเราให้ถูกต้องด้วย

ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ

การเพาะกาย เล่นกล้าม

โภชนาการ เทคนิคต่างๆในการเพาะกาย คำศัพท์ที่ใช้ในการเพาะกาย เพิ่มเติมจากเว็บไซด์ต่างๆ หรือจากหนังสือ

อย่ามองกีฬาเพาะกายเป็นเพียงแค่กระแสนิยม ขอให้จริงจังและใส่ใจกับมัน เล่นอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ และพยายามศึกษาหาความรู้เกียวกับการ

เพาะกาย

เพิ่มเติมอยู่เสมอด้วยครับ

วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เล่นกล้ามอก สามส่วน

หน้าอกถูกสร้างขึ้นจากกล้ามเนื้อสองกลุ่ม :
1. The pectoralis major
กล้ามอก1
2. The pectoralis minor
กล้ามอก
ในการบริหารกล้ามอกจะแบ่ง กล้ามเนื้ออกเป็นสามส่วน คือ อกบน อกกลาง และ อกล่าง
ซึ่งเราควรจะบริหารกล้ามเนื้อแต่ละส่วนให้ครบ
The Upper Chest : อกบน
Incline Barbell Press
incbenchincbench




Incline Barbell Press เป็นท่าที่ใช้บริหารกล้ามเนื้อหน้าอกตอนบน  ในการบริหารกล้ามอกต้องมีม้านั่งปรับ
ระดับได้ โดยให้ปรับระดับไปที่ 45 องศา(ในความเป็นจริงเราสามารถปรับระดับ
ได้มากกว่านี้ เพื่อให้กล้ามอกได้รับการบริหารทุกแง่มุม) ท่า Incline Barbell Press เริ่มต้นด้วยการนอนบน
ม้านั่ง ปรับระดับ 45 องศา จับบาร์ให้มือทั้งสองห่างกันมากกว่าความกว้างของไหล่เรา ยกบาร์เบลล์ออก
จากที่วาง ชูบาร์เบลล์จนสุดแขน ตามภาพที่ 1
1.  ค่อยๆลดบาร์เบลล์ลงมาอย่างช้าๆ พร้อมกับเริ่มหายใจเข้า จนกระทั่งคานบาร์แตะที่บริเวณยอดอก (บริเวณคาง)
ตามภาพที่ 2 ซึ่งถึงจุดนี้จะหายใจเข้าเต็มปอดพอดี
2.  ดันบาร์ขึ้นไป พร้อมกับเริ่มหายใจออก จนกระทั่งบาร์อยู่จุดสูงที่สุดเท่าที่ยกได้ (ในจังหวะที่ 1) ก็หายใจออกหมด
ปอดพอดี แล้วนับว่า "1"
3.  บริหารต่อไปเรื่อยๆ โดยให้ทำประมาณ 8 ครั้งต่อเซ็ท บริหาร 4 เซ็ท แต่ละเซ็ทพัก 1 นาที

The Mid Chest : อกกลาง
Bench Press
benchright1
benchright2



1.  นอนลงบนเตียงจับบาร์ด้วยความกว้างพอประมาณ (เมื่อลดบาร์ลงต่ำสุดในจังหวะที่ 2 แล้ว แขนท่อนปลาย
จะต้องตั้งฉากกับพื้น) ยกบาร์อยู่ในตำแหน่งสูงที่สุดตาม ภาพที่ 1
2.  ลดบาร์เบลล์ลงมาอย่างช้าๆ พร้อมกับเริ่มหายใจเข้า จนกระทั่งบาร์แตะที่หน้าอกส่วนล่าง (บริเวณหัวนม)
ตามภาพที่ 2 ซึ่งถึงจุดนี้จะหายใจเข้าเต็มปอดพอดี
3.  ดันบาร์ขึ้นไป พร้อมกับเริ่มหายใจออก จนกระทั่งบาร์อยู่จุดสูงที่สุดเท่าที่ยกได้ (ในจังหวะที่ 1) ก็หายใจ
ออกหมดปอดพอดี แล้วนับว่า "1"
4.  บริหารต่อไปเรื่อยๆ โดยให้ทำประมาณ 8 ครั้งต่อเซ็ท บริหาร 4 เซ็ท แต่ละเซ็ทพัก 1 นาที แล้วจึงเริ่ม
บริหารเซทต่อไป

ไว้มาต่อเย็นๆนะครับ

วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เล่นกล้ามแขน DUMBBELL PREACHER CURL

อุปกรณ์ : เบาะพรีชเชอร์
266_1266_2
    นั่งบนเบาะพรีชเชอร์ตามรูป(จะนั่งหรือยืนก็ได้) โดยให้ราวนมของเราอยู่เหนือเบาะ จับดัมเบลล์
แขนเหยียดตรงดังภาพที่ 1 หายใจเข้า
    หายใจออกพร้อมกับยกดัมเบลล์ขึ้นมาจนถึงระดับหัวไหล่ ในจังหวะนี้ให้ออกแรงที่กล้ามเนื้อ
Biceps อย่าออกแรงโยกช่วย เมื่อยกลูกดัมเบลล์จนถึงระดับหัวไหล่หายใจออกหมดปอดพอดี
    ค่อยๆผ่อนลูกดัมเบลล์กลับสู่จังหวะที่หนึ่งใหม่พร้อมกัับหายใจเข้า นับ 1
    ให้ฝึก 4 เซ็ท เซ็ทละ 10 ครั้ง แต่ละเซ็ทพัก 1 นาที
**สำหรับเบาะพรีชเชอร์นั้นจะมีด้านที่เอียง 45 องศา และ 90 องศา เราจะเลือกใช้ด้านใดก็ได้
ในการบริหาร

วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2553

กำลังใจกับการเล่นกล้าม

ไม่มีอะไรมากครับแค่ช่วงนี้รู้สึกว่าตนเองเริ่มอ่อนล้าและเบื่อหน่ายกับการเล่นกล้ามเหลือเกิน เพื่อนๆที่เคยเล่นกล้ามด้วยกันมาก็แยกย้ายไปคนละทิศคนละทาง จะหาบัดดี้ใหม่ที่รู้ใจเราก็ยากเหลือเกิน ก่อนที่จิตใจจะเบื่อการเล่นกล้าม การเพาะกายไปมากกว่านี้ ก็เลยขอเรียกกำลังใจตัวเองขึ้นมาสักหน่อย ขอฮึ้ดอีกสักรอบให้มันรู้ไป  วันนี้ก็เลยถือโอกาสเอาวิธีเรียกกำลังใจในการเล่นกล้ามมาฝากทุกๆท่านซะเลย

   อันดับแรกนะครับ หากเบื่อหน่ายที่จะออกไปเล่นกล้าม เข้ายิม ลองนั่งทบทวนตัวเองดูก่อนครับว่า วันนี้เรารู้สึกเหนื่อยล้าหรือไม่ เพลียๆหรือเปล่า ถ้าใช่ ให้พักผ่อนอยู่บ้านดีกว่าครับวันรุ่งขึ้นร่างกายจะได้ฟื้นตัวแล้วมีแรงไปเล่นกล้าม

   อันดับต่อมานะครับ ถ้าไม่ได้เมื่อยล้าหรือเพลีย ก็ลองนึกดูว่ายิมที่เราเล่นประจำทุกๆวันนั้น บรรยากาศมันดูน่าเบื่อแล้วหรือยัง หรือในยิมที่เราเล่นกล้ามอยู่มีใครที่เราไม่ชอบหน้าหรือเปล่า(มีส่วนเกี่ยวข้องนะครับ) ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปเล่นกล้ามที่ยิมอื่นดูสักหน่อยเป็นยังไง ไม่แน่อาจจะได้ความรู้ใหม่ๆกลับมาด้วยก็ได้ ได้เจอเพื่อนใหม่ บรรยากาศใหม่ๆ หายเบื่อแล้วค่อยกลับไปยิมเดิม

   หาต้นแบบครับ เลือกเอาเลยว่าเราอยากจะกล้ามสวยกล้ามโตเหมือนใคร เอาง่ายๆก่อนในยิมเนี้ยละ ใครกล้ามสวยๆใหญ่ๆ เราเลือกมาเป็นต้นแบบหรือ ไอดอล นั่นละครับ วิธีนี้จะทำให้เรามีกำลังใจเล่นกล้ามทำให้มีแรงฮึ้ดเล่นต่อไป

   หมั่นศึกษาหาความรู้ในการเล่นกล้ามเพาะกายอยู่เสมอ ศึกษาทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ เพราะว่าเมื่อเราศึกษาข้อมูลมาดีเราก็จะอยากจะลองว่าทฤษฎีนั้นมันจะสุดยอดแค่ไหน

   พักผ่อนให้เพียงพอ  การพักผ่อนที่ดีทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากการเล่นกล้าม กล้ามเนื้อได้รับการซ่อมแซมและเสริมสร้าง ถ้าเราพักผ่อนไม่เพียงพอก็อาจจะทำให้เกิดการ overtrain ได้ครับ

บทความหน้า ใครอยากได้สูตรเล่นกล้ามแขนให้โตไวๆอย่าพลาดนะครับ

วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553

ไข่ [อาหารเสริมเพิ่มกล้ามเนื้อ]

ถ้าพูดถึงการเล่นกล้ามแล้วนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องของโภชนาการ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริมต่างๆ วิตามิน หรืออาหารเสริมที่ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อ
อาหารเสริมต่างๆมักมีราคาแพง นักเพาะกายมือใหม่บางท่านก็สู้ราคาไม่ไหว วันนี้ผมมีอาหารเสริมเพิ่มกล้ามเนื้อมาแนะนำ จะว่าเป็นอาหารเสริมก็ไม่น่าจะใช่
น่าจะเรียกว่าอาหารจานหลักซะมากกว่าเพราะมันก็คือไข่นั่นเอง
ไข่เพิ่มกล้าม
ไข่ไก่มีสารอาหารที่มีประโยชน์ โดยไข่ไก่ 1 ฟอง น้ำหนักมาตรฐาน 50 กรัม จะให้พลังงานประมาณ 71 แคลอรี มีสารอาหารที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ คือ โปรตีน 6.3 กรัม คาร์โบไฮเดรต 0.6 กรัม ไขมันรวม 4.9 กรัม โอเมก้า-6 0.67 กรัม โอเมก้า-3 0.07 กรัม ไขมันอิ่มตัว 1.53 กรัม โคเลสเตอรอล 213 มิลลิกรัม โดยในไข่แดงนั้นโคเลสเตอรอลมากเป็น 2 ใน 3 ของข้อกำหนดในการรับประทานไขมันต่อวัน แต่โคเลสเตอรอลในไข่แดงเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลเสียต่อร่างกาย
ถึงตรงนี้หลายๆคนคงสงสัยกันแล้วว่าแล้วจะต้องทานวันละกี่ฟองกันละ ผมขอใช้ประสบการณ์ส่วนตัวมาแนะนำนะครับว่า แรกๆให้ทานวันละ 9 ฟองก่อน
อย่าเพิ่งตกใจไปครับ 9 ฟองนี้ไม่ได้ทานครั้งเดียวหมดนะครับ ให้แบ่งทานเป็นมื้อๆไป มื้อละ 2 ฟอง โดย ในตอนเช้า 2 ฟอง สายๆ 2 ฟอง ก่อนไปเล่นกล้ามครึ่งชั่วโมงอีก 2 ฟอง หลังเล่นอีก 2 ฟอง ก่อนนอนอีก 1 ฟอง ในไข่ 9 ฟองทั้งหมดนี้ เราจะกินไข่แดงแค่ 2 ฟองเท่านั้น ไข่แดงอีก 7 ฟองไม่ต้องทานครับ คือเน้นไข่ขาวล้วนๆไข่แดงจะกินตอนมื้อเช้ากับมื้อก่อนมาเล่นกล้าม
ปัจจุบันผมเห็นว่ามีไข่ขาวผงจำหน่ายแล้วชงกินเหมือนเวย์โปรตีนเลยสะดวกดีนะครับใครที่จะกินไข่ขาวผงก็ได้นะครับเห็นเค้าโฆษณาว่า 1 ช้อน เท่ากับไข่ขาวหลาบใบเลย น่าสนใจดีครับ

วันเสาร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2553

อาหารเสริมเพิ่มกล้าม จำเป็นจริงหรือ

หลายๆท่านยังสงสัยว่าการเล่นกล้าม การเพาะกายนั้นจำเป็นจะต้องกินอาหารเสริมประเภท เวย์โปรตีน หรือ อมิโน10000 หรือไม่ ถ้าจำเป็นต้องกินแล้วควรจะกินในปริมาณเท่าไหร่ดี

    ในโปรตีนนั้นเมื่อย่อยและหน่วยที่เล็กที่สุดนั้นคือ กรด อมิโน ซึ่งกรดอมิโนนี้ร่างกายสามารถนำมาใช้ได้เลยทันที การที่เรารับประทานอาหารจำพวกโปรตีนเข้าไปร่างกายจำต้องทำการย่อยโปรตีนให้เป็นหน่วยเล็กๆก่อนจึงจะสามารถนำมาใช้ได้ ลองนึกดูนะครับว่าถ้าอมิโน 10000 หนึ่งเม็ดเท่ากับไก่สองตัวเราจะต้องทานไก่สิบสองตัวเพื่อให้ได้เท่ากับอมิโน 6 เม็ด ดังนั้นการทานอาหารเสริม โปรตีนเสริมเพื่อเร่งการเสริมสร้างกล้ามเนื้อนั้นจึงเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ  แต่ไม่ใช่ว่าอาหารหลักๆจะไม่สำคัญเลยนะครับเพราะถึงยังไงร่างกายของเราก็ต้องการ ไขมัน วิตามิน คาร์โบไฮเดรต และสารอาหารต่างๆอีกมากมายในแต่ละวัน ถ้าเพื่อนๆลองใช้เวลาศึกษาหาความรู้เรื่องอาหารเสริมไว้บ้างก็จะเป็นเรื่องดีต่อการเพาะกายของเพื่อนๆครับ

วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การเล่นกล้ามแขนหลัง(Triceps)

ต่อจากการเล่นกล้ามแขนในบทที่แล้วในบทนี้เรามาเล่นกล้ามแขนหลัง(Triceps)กันต่อดีกว่าครับ
นักเพาะกายมือใหม่หลายต่อหลายคนมักให้ความสำคัญกับกล้ามไบเซบมากกว่าไทรเซบ แต่หารู้ไม่ว่ากล้ามเนื้อส่วน
ไทรเซบนี้เป็นกล้ามเนื้อที่ใหญ่กว่าไบเซบซะอีก ดังนั้นถ้าอยากจะมีกล้ามแขนที่ใหญ่ก็ควรจะเล่นกล้ามไทรเซบให้หนัก
กว่าไบเซบ
PRESS  DOWN WITH BAR
PRESS  DOWN WITH BAR PRESS  DOWN WITH BAR
ท่านี้เริ่มต้นด้วยการยืนห่างจากสายเคเบิ้ลประมาณฟุตครึ่ง งอหัวเข่าเล็กน้อย เหน็บข้อศอกแนบลำตัว
จังหวะที่ 1 : อยู่ในท่าเตรียม หายใจเข้าจับที่จับบาร์สั้นโดยให้แขนท่อนปลายขนานกับพื้น(ดังรูป 1 )
จังหวะที่ 2 : กดบาร์ลงมาตรงๆพร้อมหายใจออกโดยที่ร่างกายยังอยู่ในท่าเดิมไม่ขยับ(ดังรูป 2 ) เหยียดแขนให้สุด
                      และเกร็งกล้ามเนื้อไทรเซบค้างไว้ 2 วินาที
จังหวะที่ 3 : ผ่อนบาร์กลับมาสู่จังหวะที่ 1 พร้อมกับหายใจเข้า นับ 1 ให้ทำ 10 ครั้ง 4 เซท

DUMBBELL KICKBACK
Tricep Dumbbell Kickback Tricep Dumbbell Kickback
เริ่มท่านี้ด้วยการเอนร่างกายส่วนบนตั้งแต่เอวขึ้นไป ใช้มือข้างหนึ่งจับไว้ที่เก้าอี้เพื่อพยุงตัว  จัดข้อศอกข้างที่ถือ
ดัมเบลล์อยู่ให้ติดกับสีข้าง
จังหวะที่ 1 : ท่าเตรียม ยกแขนท่อนบนให้ขนานกับพื้น ให้ข้อศอกเป็นจุดหมุน หายใจเข้า ดังรูปที่ 1
จังหวะที่ 2 : ให้เราเกร็งกล้ามเนื้อหลังแขน พร้อมกับเริ่มหายใจออก ยกดัมเบลล์เหยียดออกไปด้านหลังอย่างช้าๆ
                      จนมืออยู่ในแนวเดียวกับแขนท่อนบนจึงหยุด พร้อมกับหายใจออกหมดปอดพอดี ดังรูปที่ 2
จังหวะที่ 3 : ค่อยๆลดดัมเบลล์ลงมากลับสู่จังหวะที่ 1 พร้อมกับหายใจเข้า นับ 1 ให้ทำ 10 ครั้ง 4 เซท

DIP FOR TRICEPS
UTILITY  STATION การจะบริหารท่านี้ได้ต้องมีอุปกรณ์ดังภาพซ้ายมือนี้ก่อนนะครับ
Dips Dips2
จังหวะที่ 1 : ขึ้นไปจับบนอุปกรณ์ ไขว้เท้าทั้งสองข้างหรือปล่อยลงไปตรงๆก็ได้  เหยียดแขนให้ตึงและลำตัวต้อง
                      ตั้งฉากกับพื้น ตามภาพที่ 1
จังหวะที่ 2 : ค่อยๆผ่อนตัวลงอย่างช้าๆ พร้อมกับเริ่มหายใจเข้า จนกระทั่งต้นแขนขนานกับพื้น ก็จะหายใจเข้าเต็ม
                     ปอดพอดี ข้อศอกจะต้องอยู่ชิดกับลำตัวให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ (เพราะถ้าข้อศอกอยู่ไกลตัว
                     จะกลายเป็นการเล่นกล้ามหน้าอกไป)
จังหวะที่ 3 : ดันตัวกับขึ้นไปพร้อมกับเริ่มหายใจออก จนกลับไปอยู่ในจังหวะที่ 1 แล้วก็จะหายใจออกหมดปอดพอดี
                     นับ 1 ให้บริหาร 8 ครั้ง 4 เซท
**สำหรับท่านี้ผู้เล่นใหม่มักจะบริหารได้จำนวนครั้งที่น้อยหรือไม่ได้เลยสักครั้ง ดังนั้นวิธีแก้ไขก็คือ ให้นำเก้าอี้หรือ
เบาะมารองไว้ใต้เท้า ให้ใช้แรงจากขาช่วยอีกแรง ดังนั้นทุกครั้งที่ออกแรงดันตัวขึ้นไปก็ให้ใช้เท้าค่อยๆออกแรงดันช่วย

สำหรับบทความต่อไปจะเป็นเรื่องของการบริหารแขนท่อนปลาย โปรดติดตามอ่านกันได้ที่นี่ครับ

ปล.ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บตุวายานน ครับ

วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การเล่นกล้ามแขน

บทความที่ผ่านมาเราได้ทราบถึงวิธีการเล่นกล้ามหัวไหล่ บ่าและหนอกคอ กล้ามอก กล้ามปีกและหลัง และกล้ามขากันไปแล้ว
ในบทความนี้เราจะมาเล่นกล้ามแขนกัน สำหรับมือใหม่ที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่นกล้ามส่วนไหนก่อนดีก็มักจะเริ่มจากเล่นกล้ามแขนก่อนเสมอ
แต่ในการเล่นกล้ามแขนก็ต้องเล่นให้ถูกวิธี บริหารให้กล้ามเนื้อแขนแต่ละมัดได้ออกแรง ท่าบริหารที่จะแนะนำต่อไปนี้คือท่าที่จะทำให้
กล้ามเนื้อแขนของเราได้รับการบริหารครบทุกมัด(ในระดับเริ่มต้น)

Barbell Curl  เป็นท่าที่ใช้บริหารกล้ามเนื้อไบเซปหัวสั้นหรือ Biceps brachii short head
กล้ามแขน กล้ามแขนหน้า

จังหวะที่ 1 : ยืนตัวตรงถือบาร์เบลล์โดยระยะห่างระหว่างมือทั้งสองจะกว้างเท่ากับความกว้างของหัวไหล่ ให้ข้อศอกแนบลำตัว หายใจเข้า
จังหวะที่ 2 : ยกบาร์เบลล์ขึ้นพร้อมกับหายใจออก  ในจังหวะที่ 2 นี้ พยายามอย่าโน้มตัวช่วยให้ตัวตรงไว้ตลอด ข้อศอกยังแนบลำตัวเหมือนเดิม
จังหวะที่ 3 : ค่อยๆลดบาร์เบลล์ลงมาพร้อมกับหายใจเข้า กลับสู่จังหวะที่ 1 เหมือนเดิม นับ 1 ให้บริหาร 10 ครั้ง 4 เซท

INCLINE DUMBBELL CURL ท่านี้เป็นท่าที่ใช้บริหารกล้ามไบเซปหัวยาวหรือ Biceps barchii long head
กล้ามแขนหน้า กล้ามแขนหัวยาว
ท่านี้ใช้เบาะปรับระดับได้โดยปรับเบาะเอียงเล็กน้อยดังภาพ และเวลายกต้องยกพร้อมกันทั้งสองข้าง
จังหวะที่ 1 : นั่งบนเบาะเอียงถือดัมเบลล์ไว้หายใจเข้าลึกๆ
จังหวะที่ 2 : ยกดัมเบลล์ขั้นพร้อมกันทั้งสองข้างพร้อมกับหายใจออก(ดังภาพที่ 2) เมื่อยกถึงจุดสูงสุดให้ค้างไว้ สองวินาที
จังหวะที่ 3 : ค่อยๆผ่อนดัมเบลล์ลงพร้อมกับหายใจเข้ากลับสู่จังหวะที่ 1 เหมือนเดิม นับ 1 ให้บริหาร 10 ครั้ง ทำ 4 เซท

HAMMER CURLS ท่านี้จะเป็นท่าที่ใช้บริหารกล้ามเนื้อส่วน Brachialis and Brachioradialis
แฮมเมอร์ แฮมเมอร์2
จังหวะที่ 1 : ถือดัมเบลล์ไว้ในมือทั้งสองข้าง ยืนตัวตรงหายใจเข้าลึกๆ
จังหวะที่ 2 : ยกดัมเบลล์ข้างซ้ายขึ้นโดยใช้ข้อศอกเป็นจุดหมุน(ข้อศอกจะไม่ขยับไปข้างหน้าและหลัง)พร้อมกับหายใจออก เมื่อยกถึงจุดสูงสุดให้ค้างไว้
                    สองวินาที
จังหวะที่ 3 : ค่อยๆผ่อนดัมเบลล์ข้างซ้ายลงมาพร้อมหายใจเข้ากลับสู่จังหวะที่ 1 ใหม่ สลับแขนข้างขวายกเหมือนจังหวะที่ 2
จังหวะที่ 4 : ผ่อนดัมเบลล์ข้างขวาลงมาพร้อมหายใจเข้ากลับสู่จังหวะที่ 1 แล้วนับ 1 ให้ทำ 8 ครั้ง 4 เซท

สำหรับในระดับเริ่มต้นขอให้ยึดเอาท่าพื้นฐานในการฝึกกล้ามแขนก่อน ซึ่งกล้ามเนื้อแขนแต่ละมัดก็ใช้ท่าฝึกเพียงหนึ่งท่า บริหารให้เข้มข้นเพื่อกล้ามมัดกล้ามเนื้อให้ใหญ่ก่อน   ในบทความต่อไป เราจะมาฝึกกล้ามเนื้อแขนหลังกันต่อครับ

วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การเล่นกล้ามปีกและหลัง

บทความนี้เราจะมาเริ่มเล่นกล้ามปีกและหลังกันนะครับ สำหรับเทคนิคการเล่นกล้ามปีกและหลังนั้นขอให้จำไว้ว่าให้ใช้น้ำหนักที่หนักจริงๆ
บริหารให้ได้เซทละ 8-10 ครั้ง พยายามเพ่งสมาธิไปที่กล้ามเนื้อที่บริหารอยู่ ในการบริหารกล้ามปีกและหลังนั้นระดับเริ่มต้นจะใช้ท่าบริหารเพียง 4 ท่าก่อน
เพื่อเพิ่มปริมาณมัดกล้ามเนื้อให้กับกล้ามเนื้อหลังก่อน
PULL DOWN TO FRONT
กล้ามปีก กล้ามปีก กล้ามหลัง
ท่านี้จะเป็นท่าที่สร้างความกว้างให้กับกล้ามปีกของเราโดยท่านี้เราจะจับคานให้กว้างกว่าความกว้างของหัวไหล่
จังหวะที่ 1 : ให้จับคานให้กว้างกว่าความกว้างของหัวไหล่ให้คานดึงกล้ามปีกเราให้เหยียดตึงไปสุดเเขนหายใจเข้าลึกๆ
จังหวะที่ 2 : ค่อยๆดึงคานลงมาช้าๆพร้อมกับค่อยๆหายใจออก ในตอนที่ดึงคานลงมาให้ออกแรงที่กล้ามปีกเพียงส่วนเดียว อย่าเอนตัวไปด้านหลังเพราะว่าจะทำให้กล้ามปีกออกแรงน้อยลง
จังหวะที่ 3 : ดึงมาจนแตะยอดอก หายใจออกหมดพอดี จากนั้นค่อยๆผ่อนคานกลับไปจังหวะที่ 1 พร้อมกับหายใจเข้า นับ 1 ให้ทำ 10 ครั้งต่อเซท ทำ 4 เซท

CLOSE GRIP PULL DOWN
ท่านี้จะเป็นการสร้างความหนาให้กับกล้ามปีกของเราจะแตกต่างกับท่า PULL DOWN TO FRONT ซึ่งจะเป็นท่าที่เพิ่มความกว้างให้กับกล้ามปีก
กล้ามหลัง กล้ามปีกหลัง
จังหวะที่ 1 : ให้จับคานโดยหงายมือให้ระยะห่างของมือทั้งสองห่างกันเท่ากับความกว้างของหัวไหล่ ให้คานดึงมือของเราให้เหยียดไปจนสุดแขน หายใจเข้าลึกๆ
จังหวะที่ 2 : ออกแรงดึงคานลงมาโดยใช้แรงจากกล้ามปีกพร้อมกับหายใจออก ดึงคานมาแตะที่ยอดอก หายใจออกหมดพอดี   พยายามอย่าเอนหลังเพื่อออกแรงช่วย เพราะจะทำให้กล้ามปีกได้รับการบริหารไม่เต็มที่
จังหวะที่ 3 : ค่อยๆผ่อนคานกลับขึ้นไปสู่จังหวะที่ 1 ใหม่ นับ 1 ให้ทำ 10 ครั้ง 4 เซท

ONE-ARM DUMBBELL ROW
ONE-ARM DUMBBELL ROW
อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับบริหารท่านี้ที่ต้องมีก็คือ เบาะแนวระนาบและดัมเบลล์ สำหรับคนที่ถนัดด้านขวาก็ให้บริหารด้านซ้ายก่อนเมื่อบริหารเสร็จก็ให้เปลี่ยนไปบริหารด้านขวาต่อโดยไม่ต้องพัก
จังหวะที่ 1 : การวางท่า ให้เราใช้เข่าขวาวางไว้บนเบาะ ขาซ้ายปัดออกไปด้านข้าง มือขวาจับเบาะเอาไว้ โดยการบริหารท่านี้ หลักของมันคือ หลังตรงขนานกับพื้น(ดังรูปที่ 1 )หากจัดท่าแล้วหลังยังไม่ตรงก้ให้กางขาซ้ายออกไปให้กว้างอีกแล้ววางมือขวาให้ไกลขึ้นอีก
จังหวะที่ 2 : ออกแรงดึงดัมเบลล์ขึ้นมาพร้อมกับหายใจออกโดยให้ดึงลูกดัมเบลล์ขึ้นมาให้สูงที่สุด ค้างไว้จังหวะนี้สองวินาที
จังหวะที่ 3 : ค่อยๆหย่อนลูกดัมเบลล์กลับลงไปสู่จังหวะที่ 1 อีกครั้ง นับ 1 ให้บริหาร 8 ครั้ง 4 เซท
**ในการบริหารท่านี้สำหรับมือใหม่อาจจะยังทำได้ไม่ดีนัก ผมมักจะเจอกับลูกค้าที่ทำท่านี้ผิดอยู่บ่อยๆ ก็ให้แก้ไขด้วยการใช้ดัมเบลล์ที่น้ำหนักน้อยๆก่อนเพื่อเรียนรู้ท่าให้ถูกต้อง

GOOD MORNING WITH DUMBBELLS

                      6god01 6god02
ท่านี้เป็นการบริหารหลังส่วนล่างครับ
จังหวะที่ 1 :  ยืนแยกขา ให้เท้าทั้งสองห่างกันเท่ากับความกว้างของบ่า งอหัวเข่าเล็กน้อย วางดัมเบลล์ขนาดเบาๆไว้ที่หัวไหล่แต่ละข้าง โดยให้วางในแนวขวางไว้บนหนอกคอ เอามือแต่ละข้างจับดัมเบลล์ทางด้านหน้าเอาไว้
จังหวะที่ 2 : เอนร่างกายท่อนบนลง โดยปล่อยให้การงอหัวเข่าเป็นไปตามธรรมชาติ  เอนร่างกายท่อนบนลงไปเรื่อยๆ จนร่างกายท่อนบน "เกือบ" จะขนานกับพื้น จึงหยุดประมาณ 1 วินาที จากนั้นก็ออกแรงกดไปที่ส้นเท้า เพื่อดันร่างกายท่อนบนกลับมายืนตรงในจังหวะที่ 1 นับ 1 บริหาร 10 ครั้ง 4 เซท
ในการบริหารท่านี้หลังของเราจะต้องตรงตลอดอย่าให้หลังงอเพราะถ้าหลังงอ หลังส่วนล่างของเราจะไม่ได้รับการบริหารที่เต็มที่

วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การเล่นกล้ามขา

สำหรับบนความที่ผ่านๆมาเราได้พูดถึงการเล่นกล้ามส่วนบนของร่างกายกันไปแล้ว บทความนี้เราจะมาพูดถึงการเล่นกล้ามขากันบ้าง
จะมีประโยชน์อะไรถ้าหากว่าเรามีกล้ามแขนที่ใหญ่โตสวยงาม กล้ามอกที่นูนหนา กล้ามปีกที่กว้างสง่างาม แต่กลับมีขาที่เหี่ยวลีบ เราควรที่จะเริ่มเล่นกล้ามขาไปพร้อมๆกับกล้ามเนื้อส่วนอื่นเลยเพื่อให้กล้ามเนื้อแต่ละส่วนเจริญเติบโตไปพร้อมๆกัน สำหรับบมความนี้จะแนะนำวิธีเล่นกล้ามขาสำหรับนักเพาะกายมือใหม่โดยใช้ท่าบริหารระดับเบสิกแต่ได้ผลดีเยี่ยมในการสร้างกล้ามเนื้อส่วนขานี้
SQUATS(ท่าหลักของการบริหารต้นขาด้านหน้า)

เล่นกล้ามขา เล่นกล้ามขา
จังหวะที่ 1 : วางคานบาร์เบลล์ไว้บนบ่า  ยืนเท้าห่างกันประมาณ 4 นิ้ว  จังหวะนี้ให้เรามองตรงไปข้างหน้าในระดับสายตา
จังหวะที่ 2 : หย่อนตัวลงไปพร้อมกับเริ่มหายใจเข้า พยายามให้หลังตรงและคอต้องตั้งขึ้นตลอดเวลา โดยการมองไว้ที่จุดที่มองในจังหวะที่ 1 หย่อนก้นลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเมื่อก้นถึงจุดต่ำสุดแล้วก็จะหายใจเข้าเต็มปอดพอดี จากนั้นให้ทำจังหวะต่อไปทันทีโดยไม่ต้องค้างในจังหวะที่ 2 นี้
จากจังหวะที่ 2 ที่ก้นอยู่ต่ำสุดนั้น ให้ยืนตัวตรงขึ้นมาพร้อมกับหายใจออก จนเมื่อกลับไปยืนอยู่ในจังหวะที่ 1 แล้วหายใจออกหมดปอดพอดี  แล้วนับว่า 1  บริหารต่อไปเรื่อยๆ จนครบ 8 ครั้ง แล้ววางบาร์เบลล์ลงถือเป็น 1 เซท ทำ 4 เซ็ท

LYING LEG CURL(บริหารต้นขาด้านหลัง)
เล่นกล้ามขาหลัง
จังหวะที่ 1 : นอนคว่ำบนเตียงนอน เหยียดขาตึงดังรูปที่ 1
จังหวะที่ 2 : ออกแรงที่กล้ามขาด้านหลังยกขาท่อนล่างขึ้นมาอย่างช้าๆ พร้อมกับหายใจออก จนเมื่อขาท่อนล่างตั้งฉากกับพื้นแล้ว ก็หายใจออกหมดปอดพอดี ค้างอยู่ที่จังหวะนี้ 2 วินาที
จังหวะที่ 3 : ค่อยๆ ผ่อนขาท่อนล่างกลับลงไปพร้อมกับเริ่มหายใจเข้า จนเมื่อขาท่อนล่างเหยียดตึงตามภาพในจังหวะที่ 1 แล้วก็หายใจเข้าเต็มปอดพอดีแล้วนับว่า  1 ทำไปเรื่อยๆจนครบจำนวนครั้งที่กำหนดไว้ ก็ถือเป็น 1 เซท พักระหว่างเซท 2 นาที แล้วเริ่มบริหารเซทต่อไป

ONE - LEG CALF RAISES(เล่นกล้ามน่อง)

oc oc2
จังหวะที่ 1 : ยืนบนขอบจะเป็นขอบบันได ขอบระเบียงก็แล้วแต่จะหาได้โดยให้เอาปลายเท้าข้างที่จะบริหาร วางไว้เพียงข้างเดียว หย่อนส้นเท้าลงให้ต่ำกว่าปลายเท้า ส่วนเท้าอีกข้างหนึ่ง (ที่ไม่ได้บริหาร) ให้ชี้เท้าลงที่พื้น หรือเกี่ยวไว้ที่บริเวณส้นเท้าของเท้าอีกข้างหนึ่ง  จากนั้น ถือดัมเบลล์ไว้ในมือข้างหนึ่ง (ข้างไหนก็ได้) ส่วนมืออีกข้างหนึ่ง หาที่จับยึดไว้  ตามภาพในจังหวะที่ 1
จังหวะที่ 2 : ออกแรงไปที่กล้ามน่องข้างที่วางปลายเท้าไว้ ยกส้นเท้าเพื่อดันตัวขึ้นมา รักษาลำตัวทั้งหมดให้ตรงตลอดเวลาการบริหาร  จนกระทั่งร่างกายอยู่ที่จุดสูงสุด ไม่สามารถสูงไปกว่านี้ได้อีกแล้ว (ตามภาพในจังหวะที่ 2) ก็ค้างไว้ที่จังหวะนี้ 2 วินาที
จังหวะที่ 3 : ลดส้นเท้าข้างที่กำลังบริหารลงอย่างช้าๆ จนกระทั่งส้นเท้าลงไปที่จุดต่ำสุด ในจังหวะที่ 1  นับว่า 1 ทำซ้ำไปเรื่อยๆจนครบ 12 ครั้ง ก็สลับเท้าที่บริหารกันทันทีโดยยังไม่หยุดพัก ส่วนมือที่ถือดัมเบลล์และมือที่จับที่ยึดนั้น ยังเหมือนเดิมทุกประการ จากนั้นก็เริ่มบริหารตามลำดับตั้งแต่ต้น โดยให้เริ่มนับว่า "หนึ่ง" ใหม่ จนครบ 12 ครั้ง  พอครบแล้วจึงวางดัมเบลล์ไว้ที่พื้น แล้วจึงถือว่าครบ 1 เซท แล้วให้พัก 1 นาที แล้วเริ่มบริหารเซทต่อไป
**สำหรับการเล่นกล้ามขานั้น ขอให้เราเล่นอาทิตย์ละสองครั้งนะครับ
สำหรับบทความต่อไปจะนำเอาการบริหารกล้ามปีกและหลังและ ตารางการบริหารกล้ามหน้าอกมาฝากกันนะครับ

วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การเล่นกล้ามหัวไหล่และบ่า(ต่อ)

บทความที่ผ่านมาเราได้ทราบถึงท่าที่ใช่บริหารกล้ามเนื้อหัวไหล่กันไปแล้ว ในบทความนี้เราจะมาเล่นกล้ามบ่ากันต่อ ซึ่งการเล่นกล้ามบ่าและหนอกคอหรือสะพานคอนี้ในระดับเริ่มต้นเราจะบริหารกันเพียงสามท่าก่อน เอาละเรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ
ท่าแรกเราจะบริหารกล้ามบ่าก่อนนะครับ
SEATED DUMBBELL PRESS
ท่านี้เป็นท่าที่ใช้บริหารกล้ามเนื้อบ่านะครับ เป็นท่าที่ใช้เพิ่มมันกล้ามเนื้อให้กับบ่าของเราได้ดีเลยทีเดียว ในการฝึกขอให้เราใช้น้ำหนักที่สามารถยกได้   8-12 ครั้งต่อเซ็ทนะครับ ซึ่งก่อนที่เราจะเริ่มยกด้วยน้ำหนักจริง เราต้องวอร์มเพื่อป้องกันการบาดเจ็บโดยให้ใช้น้ำหนักเบาๆยกเซ็ทละ 15 ครั้ง สองเซ็ทแล้วจึงเริ่มใช้น้ำหนักจริง
seated dumbbell shoulder press
จังหวะที่ 1 : ให้เราถือดัมเบลล์ในท่าเตรียมดังรูปซ้ายมือนะครับ นั่งบนม้านั่งหลังตรงลูกดัมเบลล์จะอยู่ที่ระดับใบหูของตนเอง สูดหายใจเข้า
จังหวะที่ 2 : ดันดัมเบลล์ขึ้นไปพร้อมค่อยๆปล่อยลมหายใจออกดังภาพขวามือ
จังหวะที่ 3 : ลดดัมเบลล์ลงมาพร้อมกับหายใจเข้ากลับสู่จังหวะที่ 1 ใหม่อีกครั้ง นับ 1 ทำต่อไปเรื่อยๆ ในหนึ่งเซ็ทให้ได้ 8-12 ครั้ง ทำ 4 เซ็ท
**ในการบริหารท่านี้ขอให้จำไว้ว่าในตอนที่ดันลูกดัมเบลล์ขึ้นไปแขนท่อนปลายต้องตั้งฉากกับพื้นเสมอพยายามอย่าให้เอียงไปด้านใดเพราะว่าน้ำหนักจะถูกถ่ายเทไปยังกล้ามเนื้อส่วนอื่นทำให้กล้ามบ่าไม่ได้รับการบริหารอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังอาจเกิดการบาดเจ็บได้

การบริหารกล้ามหนอกคอ
DUMBBELL SHRUGS
หนอกคอ หนอกคอ
การบริหารกล้ามหนอกคอ
จังหวะที่ 1 : ท่านี้เราจะใช้ลูกดัมเบลล์สองลูกโดยถือไว้ข้างลำตัว หันฝ่ามือเข้าหาลำตัวดังรูปด้านซ้ายมือ
จังหวะที่ 2 : ออกแรงยกโดยใช้กล้ามหนอกคอเป็นตัวออกแรงยกให้สูงที่สุดพร้อมกับหายใจเข้า จากนั้นค้างเอาไว้ 2 วินาที
จังหวะที่ 3 : ค่อยๆผ่อนดัมเบลล์ลงมาพร้อมกับหายใจออกกลับสู่จังหวะที่ 1 อีกครั้ง นับ 1 ให้ทำ 8-12 ครั้ง ทำ 4 เซ็ท
**จงอย่างอแขนในขณะที่ ขยอกไหล่ขึ้นด้านบน  เพื่อให้คุณใช้แรงจากกล้ามหนอกคอได้เต็มที่ แทนที่จะถูกช่วยจาก กล้ามเนื้อไบเซบของคุณ  อีกทั้งไม่ต้องม้วนหัวไหล่ ไปข้างหน้าหรือข้างหลัง ให้เอาขึ้นด้านบนตรงๆ  ขยอกหัวไหล่ขึ้นให้สูงที่สุดเมื่อยกขึ้น  และเหยียดลงให้ต่ำที่สุดเมื่อผ่อนน้ำหนักลง ให้กล้ามบ่าคุณถูกยืดอย่างที่สุด

UPRIGHT ROW


สะพานคอ สะพานคอ

จังหวะที่ 1 : เริ่มต้นด้วยการคว่ำมือจับคานบาร์เบลล์ไว้  ปล่อยแขนให้เหยียดลงตามธรรมชาติ ซึ่งคานบาร์จะพาดอยู่บริเวณขาอ่อนของเรา
จังหวะที่ 2 : ออกแรงจาก หนอกคอดึงบาร์เบลล์ขึ้นมา ตรงๆ พร้อมกับหายใจเข้า โดยร่างกายของเรายังอยู่ในท่าเดิมยกเว้นมือกับแขน
                   ดึงบาร์ขึ้นมาให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อถึงจุดสูงสุดแล้วก็จะหายใจเข้าเต็มปอดพอดี ค้างไว้ 2 วินาที
จังหวะที่ 3 : ค่อยๆผ่อนบาร์เบลล์ลงมาอย่างช้าๆ พร้อมกับหายใจออก จนบาร์ถึงระดับต่ำสุดในจังหวะที่ 1 ก็หายใจออกหมดปอดพอดี นับ 1 ทำต่อไปเรื่อยๆ
                    เซ็ทละ 8 ครั้ง ทำ 4 เซ็ท

สำหรับการบริหารกล้ามเนื้อหัวไหล่ กล้ามเนื้อบ่าและหนอกคอในระดับเริ่มต้นนั้นขอให้ฝึกตามท่าาบริหารที่แนะนำไปก่อน ไม่ต้องกังวลว่าจริงๆแล้วท่าที่ใช้บริหารกล้ามเนื้อหัวไหล่และบ่านั้นมันมีอยู่หลายท่า ขอให้ระลึกเอาไว้ก่อนว่าในระดับเริ่มต้นสิ่งที่ต้องการและต้องทำให้ได้ก่อนก็คือ การเพิ่มปริมาณกล้ามเนื้อให้กับกล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น กล้ามอก กล้ามหัวไหล่ กล้ามปีกและหลัง กล้ามขา เพราะว่าหากคุณต้องการที่จะมีมัดกล้ามที่ใญ่โตคุณก็ต้องเน้นบริหารในท่าที่สร้างกล้ามเนื้อก่อนซึ่งผมจะอธิบายต่อไปในภายหลังครับ

credit : http://www.tuvayanon.net/index1.html

วันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การเล่นกล้ามหัวไหล่และบ่า

ในการบริหารกล้ามเนื้อส่วนหัวไหล่ เราจะแบ่งกล้ามเนื้อหัวไหล่ออกเป็นสามส่วนก่อนคือ
1. กล้ามเนื้อหัวไหล่ด้านหน้า
2. กล้ามเนื้อหัวไหล่ด้านข้าง
3. กล้ามเนื้อหัวไหล่ด้านหลัง
โดยแต่ละส่วนก็จะมีท่าบริหารที่แตกต่างกันไป
ในระดับเริ่มต้นนี้ขอแนะนำให้ใช้ดัมเบลล์ในการบริหารก่อน เพื่อเรียนรู้ทักษะท่าทางให้ถูกต้องไปด้วยในตัว และขอให้จำไว้ว่า ให้ทำอย่างถูกต้องและเพ่งสมาธิไปที่กล้ามเนื้อส่วนที่บริหารอยู่
การบริหารกล้ามเนื้อหัวไหล่ด้านหน้า
ไหล่ ไหล่
             จังหวะที่ 1                         จังหวะที่ 2
กล้ามหัวไหล่ bodybuilding
              จังหวะที่ 3                          จังหวะที่ 4
ในจังหวะที่ 1 เริ่มจากการยืนตรง ถือดัมเบลล์ไว้สองข้างดังรูปแรก
จังหวะที่ 2 ยกดัมเบลล์ขั้นมาในระดับหัวไหล่ดังภาพพร้อมกับหายใจเข้าค้างไว้ประมาณ 2 วินาที แล้วค่อยๆลดดัมเบลล์ลงมาพร้อมกับหายใจออก กลับสู่ท่ายืนดังภาพ จังหวะที่ 3
จังหวะที่ 4 ยกดัมเบลล์ขั้นมาในระดับหัวไหล่ดังภาพพร้อมกับหายใจเข้าค้างไว้ประมาณ 2 วินาที แล้วค่อยๆลดดัมเบลล์ลงพร้อมหายใจออกกลับสู่ท่ายืน
**ในการบริหารท่านี้ หากผู้ฝึกถนัดข้างขวา ให้ยกดัมเบลล์ข้างซ้ายขึ้นก่อนทั้งนี้เพื่อไม่ให้ข้างที่ไม่ถนัดหมดแรงก่อน
การบริหารกล้ามเนื้อหัวไหล่ด้านข้าง
slr
ในท่าเตรียมพร้อมจังหวะที่ 1 ให้เรานั่งบนเบาะตัวตรงโดยถือลูกดัมเบลล์ไว้ข้างลำตัวดังภาพที่ 1
จังหวะที่ 2 ให้ยกดัมเบลล์ขึ้นทางด้านข้างให้เพ่งสมาธิไปที่หัวไหล่ด้านข้างพร้อมหายใจเข้า ยกขึ้นไปจนถึงระดับใบหูแล้วค้างไว้จังหวะนั้น 2 วินาที
จังหวะที่ 3 ผ่อนดัมเบลล์ลงมาพร้อมหายใจออกกลับสู่ท่าเตรียม
**การบริหารท่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้ลูกดัมเบลล์ที่หนักมากเกินไป ขอให้ใช้น้ำหนักที่สามารถบริหารได้ 8-10 ครั้งหมดแรงพอดี
การบริหารกล้างเนื้อหัวไหล่ด้านหลัง
ไหล่หลัง ไหล่หลัง
การบริหารกล้ามเนื้อหัวไหล่ด้านหลัง ท่านี้เราจำเป็นต้องมีเบาะปรับระดับ โดยให้ปรับเบาะเอียง 45 อาศา
จังหวะที่ 1 ให้นั่งคว่ำหน้าบนเบาะดังภาพ ถือดัมเบลล์สองข้าง
จังหวะที่ 2 ให้ออกแรงยกลูกดัมเบลล์ขึ้นมาโดยใช้กล้ามเนื้อหัวไหล่ด้านหลังเป็นตัวออกแรงพร้อมกับหายใจเข้า ค้างไว้ในระดับเดียวกับหัวไหล่ประมาณ 2 วินาที พยายามอย่ายกโดยใช้แรงเหวี่ยงยกขึ้นมา
จังหวะที่ 3 ให้ลดดัมเบลล์ลงมาพร้อมกับหายใจออกช้าๆกลับสู่ท่าเตรียมอีกครั้ง

ในการบริหารแต่ละท่า แต่ละครั้งขอให้จำไว้เสมอว่าอย่าทำแค่ผ่านๆ ขอให้เพ่งสามาธิไปในกล้ามเนื้อส่วนที่กำลังบริหาร ควบคุมลมหายใจให้ดี
ในบทความต่อไปจะพูดถึงการบริหารกล้ามเนื้อบ่าต่อครับ
ขอบคุณรูปภาพจากเว็บ tuvayanon ครับ

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More